Wednesday, 20 March 2013

แนท-ณัฐชา นวลแจ่ม

“สำหรับมิกค์แนทว่าเราเป็นเพื่อนตอนนี้ดีแล้ว จะเป็นแฟนหรือพัฒนามั้ยตอนนี้คงยัง เราทำงานอยู่ด้วย มิกค์เขาก็ไม่ได้จีบด้วย แต่เห็นว่าสนิทกับคุณแม่แนท ก็ไม่ได้เข้าทางคุณแม่นะ เราสนิทก็เจอคุณแม่บ่อย คุณแม่ก็เลยสนิทด้วยเป็นพิเศษ พอมีข่าวออกไปก็ไม่ได้ถามเขาหรอกว่าเขาจีบเรามั้ย แค่บอกว่านี่ ๆ ดูซิเป็นข่าวอีกแล้ว แต่รู้สึกตกใจ เพราะเราเป็นเพื่อนกันแต่มีข่าวแบบนี้ก็ตลกดีค่ะ แต่อนาคตข้างหน้าต้องรอก่อนต่างคนต่างทำงาน จะเรียกว่ารอไม่ได้ เพราะเรากับเขาก็เป็นเพื่อนกันเป็นเพื่อนแบบนี้ได้ตลอดไปมากกว่าคงไม่มี โอกาสพัฒนาค่ะ แต่คนจะมองเราปากแข็งใช่มั้ยคะ ไม่ได้ปากแข็งเลย เราสนิทจริงคุณแม่ไว้ใจมิกค์มาก เขาสามารถพาครอบครัวแม่และแนทไปไหนด้วยได้ ไม่ได้ปากแข็งพูดความจริงค่ะ ไม่กลัวคนเข้าใจผิดอย่างที่ลงรูปคู่กันบ่อย ๆ ก็บริสุทธิ์ใจคิดว่าคนจะเข้าใจค่ะ มิกค์เขาก็น่ารัก เราก็ไม่มีสเปกคิดว่าคุยกับใครสบายใจก็คุยกับคนนั้น แต่ตอนนี้ยังไม่อยากคบใครจริงจังก็เป็นเพื่อนสนิทกันแค่นั้นไม่มีอะไร”

โบ-ชญาดา ลิ่วเฉลิมวงศ์

โบ เปิดเผยว่า “น้องอชิ ได้มีโอกาสเจอกับแบงค์บ้างค่ะ มีโอกาสก็ไปทานข้าวกัน หรือไม่ก็ทำอาหารทานที่บ้าน ส่วนใหญ่จะเน้นเรื่องของกินของเล่นมากกว่า ถามว่าเขาผ่านด่านลูกหรือยัง ก็โอเคค่ะ เพื่อน ๆ หรือใครก็ตามเขาก็อยากให้เราเลือกคนที่น่ารัก และเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับน้องอยู่แล้ว เพราะไม่ว่าใครก็ตามสภาพแวดล้อมที่ได้มาเจอ ก็อยากให้น้องได้เจอและแฮปปี้ด้วย นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด ตอนนี้แบงค์ยังไม่ค่อยชินกับสื่อ ก็อาจจะแปลก ๆ อยู่บ้าง (หัวเราะ) ทุกวันนี้เรียกสถานะว่าพี่แบงค์เฉย ๆ ค่ะ (หัวเราะ) เพราะเขาก็เหมือนเป็นพี่ที่เรารู้จักกันมานานแล้ว ไม่ได้มีความรู้สึกแตกต่างอะไร เขาก็เหมือนเดิมตั้งแต่วันแรกที่เจอ เขาก็อ่อนโยน จิตใจดี คุยด้วยก็เป็นเหมือนพี่คนหนึ่งที่คุยกันแล้วสบายใจ  ส่วนเรื่องไปเที่ยวด้วยกันอีก ยังไม่ได้แพลนเลยค่ะ ส่วนใหญ่จะไปเที่ยวไหนก็แพลนปุบปับก็ไป เน้นอชิเป็นหลัก เพราะถ้าเขาเปิดเทอมจะไปไหนไม่ค่อยได้ เราต้องเลี้ยงน้องเป็นหลัก เราอยากไปเที่ยวนะ แต่เราต้องรอให้เขาปิดเทอมก่อน เพราะน้องเขาเรียนอินเตอร์ จะปิดเทอมตอนเดือนมิถุนายน เดี๋ยวก็ต้องค่อย ๆ แพลนดูอีกที ส่วนข่าวดี (หัวเราะ) จริง ๆ ก็อยากให้ดูกันไปก่อน เพราะเราไม่อยากคาดหวังในเรื่องของอนาคต แต่เราอยากทำให้ทุก ๆ วันเป็นวันที่ดี เรารู้สึกว่าตอนนี้มันกำลังดี และเราเองก็อยู่ในช่วงที่ต่างคนต่างมีหน้าที่ มาเจอกันในวันที่น้องอชิเริ่มโต ส่วนเรื่องของอนาคตก็อยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ ไม่อยากไปเร่งรัดอะไร”

Monday, 18 March 2013

มิ้นต์-ชาลิดา:โนคอมเม้นต์ "ภูผา"ควงสาวอื่นไปโบนันซ่า

มิ้นต์ กล่าวว่า “อันนี้หนูก็ไม่ทราบ ก็คงเป็นเพื่อน ๆ พี่เขาแหละ มิ้นต์ก็ไม่ทราบจริง ๆ ถามว่าโดยส่วนตัวเขามีเพื่อนเยอะไหม ตรงนี้มิ้นต์ไม่ทราบจริง ๆ ว่าเขามีเพื่อนกลุ่มไหนบ้าง แต่เขามีเพื่อนผู้หญิงอยู่ 4-5 คน รวม ๆ เพื่อนผู้ชายก็ 10 กว่าคนได้ กับเรื่องข่าวนี้มิ้นต์ไม่ซีเรียสเลยนะ เพราะจริง ๆ แล้วโบนันซ่าใครจะไปก็ได้ เวลามีข่าวก็ไม่เคยคุยเลย ส่วนเรื่องเขาซีเรียสกับข่าวไหม เราไม่ได้คุยเรื่องข่าวเลย เรื่องที่เป็นข่าวกับหนูก็ไม่เคยคุย เลยไม่รู้ว่าเขาซีเรียสหรือเปล่า” เรื่องที่เขาควงสาวอื่นไปเที่ยวโบนันซ่า คงไม่ถามหรือแซวอะไร เขาคงพาเพื่อน ๆ ไป เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา เราไม่อยากก้าวก่าย กับพี่ภูผาตอนนี้ยังสนิทเหมือนเดิม ไม่มากขึ้นหรือว่าอะไร เราทำงานหนักและเรียนด้วย เราว่าการรู้จักศึกษาใครต้องใช้เวลานาน  เราอายุ 20 ปีเอง เราทำงานหนัก ครอบครัวมาเป็นอันดับหนึ่ง เวลาที่มีข่าวแม่ก็ไม่ได้ถามอะไร น้องชายมิ้นต์ก็ไม่ได้สนิทกับพี่ภูผาเท่าไหร่ เขาก็หวงมิ้นต์เพราะเป็นพี่สาวคนเดียว แต่ก็เคยเจอและสนิทกัน น้องชายมิ้นต์ชอบเล่นเวต เราก็บอกพี่ภูผาอย่าไปสอน เพราะน้องยังเด็ก ต้องรอให้สูงก่อน”

Saturday, 16 March 2013

Asian: กระแต แฮปปี้หนุ่มนักแข่ง วางแพลนอีก 2 ปีแต่งงาน

ซุ่มเงียบรีเทิร์นคบนักแข่งรถนอกวงการมาสักพักแล้วสำหรับนักแสดงสาว กระแต-ศุภักษร ไชยมงคล แต่เจ้าตัวก็ยังไม่ยอมใช้คำว่าแฟน แต่ล่าสุดมีคนตาดีแอบเห็นสาวกระแตแอบไปลองชุดวิวาห์ที่สตูดิโอแห่งหนึ่งซะ แล้ว งานนี้คนเลยเดาว่าเจ้าตัวจะมีข่าวดีวิวาห์ฟ้าแลบปีนี้หรือเปล่า เจอตัวสาวกระแตทั้งทีเลยรีบถามเรื่องนี้เจ้าตัวชี้แจงให้ฟังว่า
“ตอนนี้เขาค่อนข้างยุ่งค่ะ กระแตเองก็ทำงานด้วยไม่ค่อยได้เจอเท่าไหร่แต่ก็มีเวลาให้กันบ้าง หลายคนจับตามองว่าเมื่อไหร่เรียกแฟนซะทีใช่มั้ยคะ ให้เป็นไปตามธรรมชาติดีกว่าค่ะ เป็นอย่างนี้ก็แฮปปี้ดีนะ เขาเข้าใจเพราะเราก็เป็นเพื่อนกันมาตั้งนาน แต่ที่มีข่าวว่ามีคนเห็นเราเข้าไปลองชุดแต่งงานร้านเวดดิ้งน่าจะเป็นไปลอง ชุดทำงานมากกว่า ยังไม่มีแพลนเร็ว ๆ นี้ แต่โอกาสหน้าไม่แน่ค่ะ (หัวเราะ) วางแพลนไว้ 2 ปีค่ะไม่เกินนี้ เรื่องเวลาไม่สำคัญว่าคบนานหรือไม่นานถึงแต่ง การแต่งงานไม่ได้บอกว่าสองปีแต่งนะ ถ้าถูกใจกันจะ 3 ปีทำงานไปก็คงไม่ช้าไป เรื่องเวลาสำหรับกระแตคงไม่เกี่ยว ถ้ามันรู้สึกอยากแต่งงานแล้วก็คงต้องถึงเวลาค่ะ แต่ตอนนี้เราขอทำงานก่อนค่ะ”.

Thailand: "จ๋า" สบายใจพูดถึง "กึ้ง" มากขึ้นรับเป็นคนดีเสมอต้นเสมอปลาย

จัดว่าเป็นสาวปากแข็งในเรื่องความรักอีกคนสำหรับสาว จ๋า-ณัฐฐาวีรนุช ทองมี ที่ล่าสุดเจ้าตัวเผยในงาน “เบลนด์ ซิกเนเจอร์ ปาร์ตี้” ที่ เซ็นทรัลเวิลด์ ว่าตอนนี้สบายใจที่จะพูดถึงความสัมพันธ์กับไฮโซ กึ้ง-เฉลิมชัย มหากิจศิริ มากขึ้นแล้ว เพราะว่าไม่ได้โดนโยงกับคนอื่นอีกแล้ว แต่ก็ยังกั๊กใช้คำว่าแฟนเหมือนเดิม
  
จ๋า เผยว่า “ตอนนี้อยู่ในจุดที่ดูไปเรื่อย ๆ ค่ะ แต่เหมือนเราสบายใจมากขึ้นที่จะพูดถึงเรื่องความรักรึเปล่า คือเมื่อก่อนไม่สบายใจ เพราะมีเรื่องอื่นที่ต้องไปโยงเกี่ยวข้อง ตอนนี้ก็สบายใจมากขึ้นในระดับหนึ่ง เพราะยังไม่มีเรื่องอะไร เราไม่ได้โดนโยงอีกแล้วก็รู้สึกดีขึ้นค่ะ ถามว่ากึ้งยังเสมอต้นเสมอปลายตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้มั้ย ก็ดีค่ะ เขาก็เป็นคนดี ส่วนเรื่องแพลนไปเที่ยวไหนกัน ช่วงนี้คงไม่ เวลา 30 วัน ได้พักแค่ 2 วัน เพราะติดถ่ายละคร ช่วงหลัง ๆ งานหนักจริง ๆ บางทีงานเลิกดึกมาก ๆ ก็ไม่รู้จะไปเจอใครแล้ว ส่วนกลัวเรื่องเวลา   จะทำให้มีปัญหารึเปล่า คือตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเจอปัญหาเรื่องเวลาเลยนะ เขาเองก็ไม่มีบ่นเรื่องเวลาให้กัน จริง ๆ เขาก็ทำงานเยอะเหมือนกัน แต่ถ้าว่างด้วยกันทั้งคู่ก็ไปทำอะไรด้วยกันตามปกติ กินข้าว ดูหนังค่ะ ณ วันนี้ถือว่าแฮปปี้ดี ส่วนที่ยังไม่เรียกแฟน ตรงนี้ไม่พูดแล้วกันค่ะ (หัวเราะ) ขอยกไว้ก่อนแล้วกัน เอาไว้แค่นี้ก่อน”
  
จะมีถ่ายแฟชั่นเซ็กซี่ให้เห็นอีกหรือเปล่า? “เรื่องเซ็กซี่ขอเบรกไว้ก่อนค่ะ อยากให้มีผลงานอย่าง   อื่นออกมา ไม่อยากให้มันเป็นแค่กระแส แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะ จ๋าเป็นประเภทปุ๊บปั๊บถ้าเจองานที่ถูกใจก็โอเคจริง ๆ ซัมเมอร์นี้ ก็มีติดต่อมาบ้างอยู่แล้ว แต่เราก็ต้องเลือกหัวหนังสือ จ๋ามีความรู้สึกว่าบางเล่มคอนเซปต์อาจจะแรงเกิน คือจ๋ามีข้อจำกัดคือไม่ถอดเสื้อ ไม่แหกขา”.

Thailand: "มารีน่า"ตามรอย"มาร์กี้"เล่นละคร ไม่หวั่นโดนเปรียบเทียบทำใจไว้แล้ว

เดินตามรอยเท้าพี่สาวเข้าวงการมาอีกคน แถมยังได้ประเดิมละคร “มาดามดัน” เป็นเรื่องแรกอีกด้วย สำหรับสาวน้อยวัย 17 มารีน่า บาเล็นซิเอก้า น้องสาวแท้ ๆ ของนางเอกวิก 3 มาร์กี้-ราศรี ซึ่งสาวมารีน่าเผยว่า มาร์กี้เองก็แอบเป็นห่วง กลัวเจ้าตัวน้อยใจเรื่องโดนเปรียบเทียบหรือเป็นเด็กเส้น งานนี้มารีน่าก็คอนเฟิร์มไม่หวั่นข่าวเหล่านี้แน่นอน เพราะเตรียมใจรับมาอย่างดีแล้ว
  
มารีน่า เผยว่า “พี่หน่อง อรุโณชา เห็นหนูมาตั้งแต่เด็ก ๆ อยู่แล้วค่ะ หนูถ่ายแบบเดินแบบอยู่แล้ว พี่หน่องก็ถามว่าเราอยากเล่นละครดูมั้ย เราเองอยากพัฒนาฝีมืออยู่แล้ว เราก็เลยลองแคสติ้งเรื่องนี้ดู ซึ่งหนูเซ็นกับทางค่ายบรอดคาซท์ 3 ปี พอเราได้เข้าวงการ พี่มาร์กี้ก็ให้คำแนะนำว่าเดี๋ยวก็จะมีข่าวว่าหนูเป็นเด็กเส้นรึเปล่า โดนเปรียบเทียบกับพี่กี้ เขาก็บอกว่าห้ามคิดถึงเรื่องนี้เลย อย่าคิดมาก อย่าอ่านมัน ข่าวก็แค่ข่าว ก็ให้เราทำให้ดีที่สุด ไม่อย่างนั้นคนจะมาว่าพี่กี้ได้ คือเราโดนจับตามองแบบนี้ไม่ได้ซีเรียสเท่าไหร่นะ เพราะหนูถือว่าเขาจะได้บอกว่าจุดบกพร่องของเราว่ามีอะไรบ้าง ก็ดีเหมือนกัน หนูจะได้ปรับปรุงตัว ส่วนเรื่องกดดัน หนูกดดันเรื่องละครมากค่ะ ว่าเราจะทำได้ดีมั้ย เราเป็นเด็กใหม่ด้วย แต่ก็เตรียมใจไว้แล้ว พี่มาร์กี้บอกว่าถ้าโดนเปรียบเทียบก็ห้ามคิดมาก เราก็ทราบอยู่แล้ว เพราะคุณแม่ก็บอกแล้วว่าเราต้องช่วยกัน ไม่ใช่แข่งกัน ซึ่งเรื่องนี้เราเองก็ไม่เคยคิดแข่งกันอยู่แล้วค่ะ คือพี่มาร์กี้จะเป็นห่วงหนูแค่เรื่องข่าวค่ะ ว่าเราจะรับมือกับมันได้มั้ย แต่คุณแม่จะไม่ค่อยห่วงเท่าไหร่ เพราะท่านทราบว่าเลี้ยงลูกให้เข้มแข็ง หนูก็เตรียมรับมือกับข่าวเสีย ๆ หาย ๆ ส่วนเรื่องในแง่การวางตัวคุณแม่จะคอยสอนพี่มาร์กี้มาตลอด หนูก็อยู่ตรงนั้น ก็ได้รับคำสอนมาพร้อม ๆ กันเลย ก็เลยไม่ได้ห่วงค่ะ และพฤติกรรมหนูก็ไม่ได้แย่ค่ะ ส่วนเรื่องผู้ชายเป็นเรื่องที่แม่ห่วงน้อยที่สุด เพราะท่านก็ทราบว่าหนูมีแต่เพื่อน นิสัยก็ห้าว ๆ หนูก็มีคนเข้ามาบ้าง แต่ส่วนใหญ่ใครก็ตามที่รู้จักหนูก็ไม่จีบหนู ไปจีบเพื่อนดีกว่า หนูดุด้วยค่ะ”.

Malay:Another black eye for Malaysian security

LAHAD DATU: The gaping holes in Malaysia’s defence has again been dazzlingly exposed by a ragtag band of “terrorists” this time escaping a dragnet operation that turned out to be leaky yet again. The embarrassing escape of Agbimuddin Kiram, the man wanted by security forces for leading a group of armed men from the Southern Philippines on an invasion of Sabah has left many flummoxed by the ease with which he had left the country in much the same way he had come in. Police say the 72-year-old leader of the Sulu group probably escaped from their mop-up operations code named Ops Daulat a few days ago, leaving behind a small number of gunmen to do the fighting in and around Tanjung Labian. Agbimuddin is believed to have been smuggled out of Sabah waters to Simunul, one of the islands in Tawi Tawi province, and is keeping a low profile. This is the third time Malaysian security forces appear to have been outsmarted by Agbimuddin and his armed group who had slipped into Sabah undetected between Feb 9-12 and then escaped the cordon thrown around Kampung Tanduo which they had occupied since then till March 4. While the Philippines navy has said that it had intercepted in Tawi-Tawi waters two boats with about 35 men, one of them wounded, packed onboard fleeing Sabah on Wednesday, it was not known if he was among the group. Both the Inspector General of Police Ismail Omar and Armed Force Chief Zulkifeli Mohd Zin have, however, confirmed that he has escaped and is now back in the southern Philippines. They added that based on intelligence and information received they could not tell how he managed to escape the security dragnet. Meanwhile, Tawi-Tawi governor Sadikul Sahari said yesterday Agbimuddin was not among the 35 but the Sulu leader remains a wanted man by order of the President Benigno Aquino. “Our police and navy are on the look out for him. If he appears, he will surely be arrested,” he said declining to comment on talk that Agbimuddin could be lying low with relatives in on the island of Simunul in Tawi-Tawi province. Gunmen charged Sadikul said that about 50 more Filipinos had reached Taganak island yesterday and were on their way to Bongoa island, the administrative capital of the province. “I do not know if they were from the battle area but I was told that they are ordinary Filipinos fleeing Sabah,” he added. Agbimuddin vanished from sight after the March 5 bombardment of Kg Tanduo. While there has been no direct contact with him, his family members in Manila have insisted he is alive and still with his followers. Meanwhile, the Philippines’ Justice Department has booked the 35 gunmen of the so called ‘Royal Sulu Army’ on various criminal charges including inciting war. She said the cases against them under the violation of the Election Gun Ban and violation of Article 118 of the Revised Penal Code for Inciting to War or Giving Motives for reprisals would be filed before the Bongao, Tawi-Tawi Regional Trial Court. The department’s secretary Leila DeLima said an informal investigation or inquest proceeding has been instituted against the 35 was held on Thursday evening. Such investigations are conducted following any arrest without warrant to determine whether that person should remain in custody and be charged in court. The 35 have been detained in a naval facility in Tawi-Tawi