
Friday, 24 May 2013
Thaistar พัคชินเฮ (Park Shin Hye)

thaistarnews อุ้ม-ลักขณา วัธนวงส์ศิริ

“โสดมาจะเดือนนึงแล้วค่ะ เราไม่ได้เลิกกันเพราะมือที่ 3 แต่เลิกกันเพราะความคิดเห็นเราไม่ตรงกัน ทั้งที่เราพยายามปรับกันมากกว่า 10 รอบแล้ว ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ส่วนก่อนหน้านี้ที่เห็นว่าเราหวาน อุ้มไม่รู้ว่าเราสร้างให้มันหวานหรือเปล่า เพราะว่าเราชอบถ่ายรูปกับแฟน คนเลยมองว่าหวาน แต่จริง ๆ มันมีรายละเอียดมากกว่านั้น ซึ่งตรงนี้อุ้มเป็นคนตัดสินใจเดินออกมาแล้วก็บอกเลิกเขา เรื่องของผู้หญิงมันนานมากแล้ว เขาก็ทำให้เราเห็นว่าเขาพยายามไม่ทำให้มันเกิดขึ้นอีก เรื่องนี้มัน
ไม่ใช่ประเด็นหลัก แต่อุ้มเป็นคนที่รักเขามากก่อนที่จะรักตัวเอง คิด ถึงเขามากก่อนที่จะคิดถึงตัวเอง แต่เขาเป็นผู้ชายเขาก็จะคิดอีกแบบหนึ่ง แล้วการกระทำหลาย ๆ อย่างมันทำให้เรารู้สึกเหนื่อย เขาเองคงรู้สึกเหนื่อยเหมือนกัน ถามว่าเราเจ็บมากไหม ก็เจ็บมากค่ะ แต่ ณ วันนี้ทำใจได้แล้ว เราเข้มแข็งแล้ว เหมือนมันกลายเป็นคนอื่นไปแล้ว เราไม่ได้ติดต่อกันมาพักใหญ่ ๆ แล้ว เขาเป็นคนบล็อกเฟซบุ๊กเรา บล็อกอินสตาแกรมเราก่อนด้วยซ้ำ เหมือนเป็นความผิดของอุ้มที่ตัดสินใจให้มันจบ เพราะฉะนั้นถ้าเขาจะทำอะไร เราก็ไม่มีสิทธิที่จะเสียใจอะไร”
“ก็เสียดายเวลา แต่ถามว่าวันนี้จะให้กลับไปเป็นเหมือนเดิมไหม อุ้มมีคำตอบให้ตัวเองว่าอยู่แบบนี้สบายดีกว่า ตอนนี้อุ้มกำลังใจดีมาก คุณพ่อคุณแม่ให้กำลังใจ เพื่อนเราก็ต้องเข้าข้างเรา คือตลอดเวลา 3 ปีที่ผ่านมา อุ้มก็อยู่แต่กับเขา ปิดตัวเองไม่ได้ไปไหนกับใคร จนพอวันนี้เราอิสระก็ทำอะไรที่เราอยากทำ ไปเที่ยวก็ใส่บิกินีได้แล้ว ไม่ต้องเกรงใจใคร ไปออกกำลังกาย แล้วก็ทำอะไรที่ตัวเองมีความสุข โฟกัสอยู่กับงาน คือเราไม่ได้ว่างมากขนาดที่จะฟุ้งซ่าน อุ้มถ่ายละคร 7 วันจริง ๆ ตอนนี้น้ำหนักลงไป 5 กิโล ตอนแรกก็ยอมรับว่าตรอมใจ โคตรแย่ เพราะเราไปเกาหลีคนเดียว แล้วก็แอบหวังว่าถ้าเขารักเราจริง ๆ เขาต้องตามไป เราก็รอเขาที่สนามบิน คิดว่าถ้าเขามาทุกอย่างก็จะจบ แล้วเราจะไปเริ่มต้นกันใหม่ที่เกาหลี แต่เขาคงหมดรักแล้ว ซึ่งเขาบอกว่าเขาไม่กล้ามา กลัวเราจะไล่ แต่เราก็คิดว่ารู้จักกันมาตั้งนาน คุณไม่รู้จักนิสัยเราเลยหรอ ตอนนี้เราก็ยังไม่พร้อมจะเปิดใจให้ใคร เราไม่อยากคบใครแล้ว ไม่อยากมีใครสักคนมาแค่คลายเหงา คือที่ผ่านมาอุ้มก็จริงจังทุกครั้ง แล้วก็เจ็บทุกครั้งไม่เข้าใจเหมือนกัน ครั้งนี้มันคงเป็นโอกาสที่เราจะเลือกคนที่ดีที่สุด และเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง ส่วนถามว่าถ้าเขากลับมาแล้วจะเปิดใจคุยกันอีกรอบไหม คือทุกวันนี้เป็นเพื่อนกันยังคุยกันไม่ได้เลยค่ะ
thai star แก้ว-จริญญา ศิริมงคลสกุล

thaistarnews หวาย-ปัญญริสา เธียรประสิทธิ์

เคยมีคิดหาเวลาไปเที่ยวเติมความหวานมั้ย? “ไม่ค่ะ เพราะว่าเขาไม่ได้มากรุงเทพฯ เลย ตอนนี้เขาก็อยู่บางสะพานค่ะ คือนอกจากเวลาแล้ว ระยะทางก็ห่างกันด้วย แต่มันก็เป็นอย่างนี้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เราก็เข้าใจ คือหวายว่าเรื่องอย่างนี้มันต้องไปเรื่อย ๆ ไม่มีวันกำหนดได้ว่ามันจะเป็นยังไง เขาเองก็ดูไม่นอยด์กับเรื่องพวกนี้นะ ส่วนหวายก็ไว้ใจเขาอยู่แล้ว ถ้าเขาทำอะไรให้เราเสียใจ เดี๋ยวเราก็รู้เองในวันหนึ่ง แต่เรื่องผู้หญิงเขาเองก็ไม่มีให้เราเห็นเลย ไม่กลัวมือที่ 3 ค่ะ ด้านเราเองก็ไม่มีใครกล้าเข้ามาจีบเหมือนกัน เพราะสนิทกับนักมวยขนาดนี้ คือเราจริงใจ ไม่มีอะไรต้องปิดบังค่ะ”.
Thaistarnews บีม-ศรัณยู ประชากริช

Thaistarnews- ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต

ทันทีที่ก้าวเท้าเข้างานซูเปอร์สตาร์สาวก็เรียกเสียงแฟลชจากช่างภาพในงานได้ ไม่แพ้ดาราจากฮอลลีวูดโดยชมพู่ มาในชุดเดรสสีเขียวฟูฟ่อง ผสมกับผ้าซาตินจาก แบรนด์ แซค โพเซ่น คอลเลกชั่นสปริงปี ค.ศ. 2013 ชุดเดียวกับที่นักแสดงฮอลลีวูด ซาราห์ เจสสิกา พาร์กเกอร์ ถ่ายในนิตยสารฮาร์เปอร์ บาร์ซาร์ ฉบับประเทศจีน ประกอบ
กับคลัช จากแบรนด์ เดวี โครเอลล์ และสไตล์การแต่งหน้าแนว แคท อาย ที่น่าทึ่ง
ซึ่งงานนี้เว็บไซต์ต่างชาติ และบล็อกหลาย ๆ แห่งก็ได้เขียนถึง ได้เขียนถึงการแต่งตัวของสาวชมในสไตล์เทพนิยายว่า “เหมือนเจ้าหญิงในเทพนิยาย” และชมว่าค่อนข้างเพอร์เฟกต์ทีเดียว ซึ่งเว็บดังกล่าวยังได้เขียนแซวอีกว่า พวกเขามั่นใจว่า นักแสดงเอเชียอย่าง ฟ่าน ปิงปิง กับ จาง อี่ว์ฉี จะต้องเสียใจที่ไม่ได้ใส่ชุดนี้ก่อนแน่ ๆ.
Saturday, 20 April 2013
จั๊กจั่น-อคัมย์สิริ สุวรรณศุข

จั๊กจั่น เผยว่า “ตอนนี้กำลังถ่ายทำละคร “ลิเกเงินร้อย” ของผู้จัดละคร พี่เติ้ล-ตะวัน เล่นคู่กับ น้ำ-รพีภัทร เรื่องนี้ถ่ายไปได้สักพักแล้ว และจริง ๆ จะออนแอร์ต่อจาก “ปิ่นรัก” เลย แต่ด้วยความที่ละครของ น้ำ-รพีภัทร ออกมาต่อเนื่อง เลยอาจจะต้องเว้นระยะนิดหนึ่ง สำหรับละครเรื่องนี้สนุกมาก ต้องร้องและรำลิเก ตอนแรกมีปัญหาเรื่องร้องลิเก แต่คุยกับพี่เติ้ลแล้ว พี่เติ้ลบอกว่าไม่ต้องเครียดมาก เพราะเราจับพลัดจับผลูมาเป็นนางเอกลิเก เพราะเราหนีการแต่งงานเข้าไปอยู่ในคณะลิเก ไม่ต้องเก่งตั้งแต่แรกก็ได้ แต่ค่อย ๆ มีพัฒนาการไป ก็เลยสบายใจ เล่นมาได้สักพักแล้วทักษะก็ดีขึ้น จั่นไม่ค่อยหนักใจมาก เพราะมีครูที่เป็นนางเอกลิเกมาสอนร้อง ตลอดเวลา ท่ารำจะมีท่าพื้นฐาน ไม่อ่อนหวานเท่ารำไทย แต่ยากตรงร้องให้เป็นคำกลอน” เท่าที่เห็นผลงานตัวเองพอใจไหม? “จั่นยังไม่ได้ดู แต่พี่เติ้ลบอกว่าสนุกดี เราก็ดีใจที่ผู้จัดมาชม ที่ได้มาเล่นเรื่องนี้ เพราะก่อนหน้านี้เราเคยร่วมงานกับพี่เติ้ลใน “มือปราบมหาเฮี้ยน” แต่ตอนนั้นพี่เติ้ลยังไม่ได้เป็นผู้จัด จั่นก็แซวเขาว่าอย่าลืมเอาเราไปเล่นละครบ้างนะ”
นอกจากนี้มีเรื่องอะไรอีก? “หนัง “คอฟฟี่ พลีส” ช่วงหลังมีงานหนังเรื่อย ๆ เพราะเรารับงานหมด งานหนังมีเสน่ห์ตรงที่คนที่จะไปดูต้องเสียเงินเข้าไปโดยเฉพาะ เขาก็จะตั้งใจชมกันมาก และเหมือนกับจอภาพยนตร์ใหญ่ จะดึงดูดคนให้ชม ละครอาจจะทำอย่างอื่นไปด้วยดูไปด้วยได้ จั่นอยากลองงานหลาย ๆ อย่าง เริ่มติดใจงานหนังแล้ว จั่นก็ดีใจที่ได้มีโอกาสทำงานหลาย ๆ อย่างค่ะ” มารับเล่นละครเย็นกลัวคนมองไหมว่าลดบทบาท? “จั่นไม่ซีเรียส เพราะเรารับงานปกติ ละครเย็นก็เคยรับมาแล้ว ตอนอยู่เอ็กแซ็กท์ก็เล่นมาหมด เรามองว่าเราต้องทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดดีกว่า ถ้าเราทำเต็มที่คนก็เห็นเอง”.
Subscribe to:
Posts (Atom)